วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ต้นสนแผง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Thuja orientalis Endl.
ชื่อสามัญ :   Chimese Arborvitae, Orientali Arborvitae
วงศ์ :   CUPRESSACEAE
ชื่ออื่น : สนแผง สนหางสิงค์ สนมังกร


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 
ลำต้นเป็นต้นไม้พรรณยืนต้นแตกกิ่งก้านสาขามากมาย  และลำต้นจะบิดเป็นเกลียว เปลือกมีสีน้ำตาลอมแดง ลำต้นจะสูงประมาณต้นที่ 20 เซนติเมตร

 ดอกดอกสนแผงออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ ดอกมีลักษณะเป็นรูปไข่ สีน้ำตาลอ่อน ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะคนละดอก แต่จะอยูบนต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้จะมีก้านสั้นมาก ส่วนดอกเพศเมียจะไม่มีก้าน
 ผลผลมีลักษณะเป็นรูปกลมตั้งตรง ผลอ่อนฉ่ำน้ำ มีสีเขียวอมน้ำเงินมีผงสีขาวปกคลุมอยู่ เมื่อแก่จะเป็นผลแห้งมีสีน้ำตาลอมแดง และจะแตกออกเป็น 8 แฉกภายในผลมีเมล็ดประมาณ 1-2 เมล็ด ลักษณะของเมล็ตเป็นรูปไข่สีน้ำตาลเข้มและมีสันในภาษาจีนเรียกเมล็ดสนแผงว่า "ไป่จื่อเหยิน"
 ใบใบมีสีเขียวอ่อน เป็นใบไม้ร่วมแตกออกเป็นเกล็ดเรียงตัวติดกันแน่นกับกิ่งมีลักษณะเป็นแผง การเรียงตัวของใบบนกิ่งจะเรียงแบบตรงข้ามสลับกับตั้งฉาก ใบจะเป็นรูปเข็ม ปลายใบเข็ม มีรยางค์แข็ง โคนใบเป็นรูปตัด ขอบใบเป็นแฉก


ประโยชน์ของสนแผง
             -ใบใช้เป็นยาแก้คางทูม โดยใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับไข่ขาว และนำมาพอกบริเวณที่เป็น และเปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง
            -ช่วยแก้อาการไอ และขับเสมหะ ด้วยการใช้ใบสด 30 กรัม และน้ำ 500 มิลลิลิตร นำมาชงเข้าด้วยกัน ใช้กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-6 ครั้ง
            -ตำรายาแก้หลอดลมอักเสบ และแก้อาการไอ ให้ใช้ใบนำมาบดให้เป็นผง ทำเป็นยาเม็ด เมล็ดละ 0.5 กรัม ใช้รับประทานครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน
            -ใช้เป็นยาแก้บิดไม่มีตัว
            -หากมีเลือดกำเดาไหล ให้ใช้ใบแห้งและดอกทับทิมแห้ง อย่างละเท่ากัน นำมาบดให้เป็นผงแล้วเป่าเข้าจมูก
            -ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด
            -ช่วยขับลมชื้น
            -ช่วยแก้เด็กท้องร่วง ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 5-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม
            -เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ใช้แก้อาการท้องผูก หรือจะใช้เมล็ดสนหางสิงห์ร่วมกับเมล็ดกัญชาอย่างละ 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานก็ได้
            -ผลใช้เป็นยาบรรเทาอาการลำไส้ตีบ 
            -ช่วยแก้บิดมูกเลือด แก้เลือดออกในกระเพาะและลำไส้
            -ช่วยขับปัสสาวะ ด้วยการใช้ใบสด 30 กรัม และน้ำ 500 มิลลิลิตร นำมาชงเข้าด้วยกัน ใช้กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-6 ครั้ง 
            -ช่วยแก้ปัสสาวะเป็นเลือด
            -เปลือกต้นใช้ฝนเป็นยากวาดทวารเบา
            -ใช้แก้ริดสีดวงทวารที่เลือดไหลไม่หยุด ด้วยการใช้ขี้เถ้าของใบนำมาชงกับน้ำกิน 
            -ช่วยขับระดูของสตรี
            -ช่วยทำให้ระดูขาวแห้ง
            -แก้ตกเลือด สตรีตกเลือด ให้ใช้ใบ 120 กรัม นำมาต้มกับน้ำ ใช้แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง 
            -เปลือกต้นมีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน
            -ใบใช้เป็นยาห้ามเลือด ด้วยการใช้บดเป็นผงแล้วโรยใส่แผลเพื่อห้ามเลือด
            -ช่วยรักษาแผลพุพอง แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก(บ้างว่ารักษาไฟลามทุ่งได้ด้วย) ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดแล้วใส่น้ำผสมลงไปคนจนเหนียวเป็นยาง แล้วใช้พอกบริเวณที่เป็น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ต้นลีลาวดีลูกศร

ชื่อวิทยาศาสตร์   :      Plumeria spp . ชื่อสามัญ  :     Frangipani , Pagoda tree, Temple tree วงศ์  :    Apocynaceae ชื่ออื่น :  ...