ชื่อวิทยาศาสตร์ : Araucaria
heterophylla (Salisb.) Franco
ชื่อสามัญ : Norfolk island pine, House wine
วงศ์ : ARAUCARIACEAE
ชื่ออื่น : -
วงศ์ : ARAUCARIACEAE
ชื่ออื่น : -
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้นสนฉัตรเป็นไม้ขนาดใหญ่ มีอายุนานหลายสิบปี
มีลำต้นสูงมากกว่า 6 เมตร
ขึ้นไป จนถึง 45-60 เมตร
ลำต้นที่มีขนาดใหญ่สามารถมีขนาดได้ถึง 1.5-3 เมตร
เปลือกด้านนอกสามารถแกะออกได้เป็นสะเก็ดบางๆ
ดอกดอกสนฉัตรประกอบด้วยเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียรวมอยู่ในต้นเดียวกันหรืออาจแยกต้นกันอยู่ ส่วนมากจะพบแยกต้นกันอยู่ แต่จะพบบ้างเล็กน้อยที่ทั้งสองเกสรอยู่บนต้นเดียวกัน โดยดอกจะแทงออกบริเวณยอด มีดอกตัวผู้อยู่ด้านบน ก้านเกสรแต่ละอันประกอบด้วยอับละอองเกสร โดยทั่วไปจะมีสีเหลืองม่วงหรือแดงเข้ม ส่วนเกสรตัวเมียเกิดในกระเปราะรูปกรวย
ผลผลแห้งแตก
อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่าโคน รูปกรวยหรือรูปไข่ กว้าง 0.8-1 ซม. ยาว 7-10 ซม. เมล็ด กว้าง 1 ซม. ยาว 3 ซม. ไม่ออกดอกติดผลในประเทศไทย ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ใบใบเดี่ยว
เปลี่ยนรูปคล้ายเกล็ด รูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ปลายแหลมโค้งเข้าด้านใน มีติ่งหนาม
ประกอบเป็นช่อใบ อยู่บนกิ่งคล้ายหางกระรอก เรียงตรงข้ามคล้ายขนนก บนกิ่งที่แตกเป็นชั้น
ๆ ช่อใบอ่อนตั้งขึ้นและช่อใบแก่ห้อยลง สีเขียวอมน้ำเงิน
ประโยชน์ของสนฉัตร
1.
เนื้อไม้
สนฉัตรในปัจจุบันมีบทบาทมากในการเป็นไม้ประดับมากกว่าการให้เนื้อไม้
ซึ่งในอดีตมีการนำเนื้อไม้สนฉัตรมาใช้ประโยชน์ในด้านงานก่อสร้าง และงานตกแต่งบ้าน
เนื่องจากเนื้อไม้สนฉัตรมีสีออกเหลือง มีเส้นลายไม้ เมื่อขัด
และทาน้ำยาขัดเงาจะให้ความสวยงามมาก นอกจากนั้น เนื้อไม้ยังมีความทนทานอยู่ได้นานหลายปี
2.
สรรพคุณสนฉัตร และยาสมุนไพร
ในส่วนของน้ำยางสนฉัตรที่ให้สีค่อนข้างขาว และมีกลิ่นหอม จึงนิยมนำมาทำเทียนไข ส่วนทางการแพทย์มีการนำน้ำยางใช้สำหรับทาแก้ฟกซ้ำ แก้ปวดเมื่อย และรักษาบาดแผล รวมไปถึงการทำให้แห้งเพื่อใช้เป็นยาบรรเทาความเจ็บปวด และส่วนของเมล็ดสนฉัตร สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้
ในส่วนของน้ำยางสนฉัตรที่ให้สีค่อนข้างขาว และมีกลิ่นหอม จึงนิยมนำมาทำเทียนไข ส่วนทางการแพทย์มีการนำน้ำยางใช้สำหรับทาแก้ฟกซ้ำ แก้ปวดเมื่อย และรักษาบาดแผล รวมไปถึงการทำให้แห้งเพื่อใช้เป็นยาบรรเทาความเจ็บปวด และส่วนของเมล็ดสนฉัตร สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้
3.
ไม้ประดับ
ปัจจุบัน การปลูกสนฉัตรกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง สำหรับประเทศไทยนิยมปลูกขายกันมากในแถบภาคกลาง และภาคเหนือ และมีขายตามร้านขายต้นไม้ประดับเกือบทุกจังหวัด เนื่องจากเป็นต้นสนที่มีลักษณะสวยงามไม่เหมือนสนทั่วไป แตกกิ่งเป็นชั้น ใบมีสีเขียวสวยงาม ลำต้น และทรงพุ่มไม่ใหญ่ เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่จำกัด รวมถึงสามารถปลูกได้ดีในกระถางสำหรับประดับอาคารหรือพื้นที่จำกัด นอกจากนั้น สนฉัตรยังเป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี และสามารถทนต่อทุกสภาพดิน โดยปัจจุบันมีราคาต่อต้นค่อนข้างสูงตามอายุ และความสูงของต้น
ปัจจุบัน การปลูกสนฉัตรกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง สำหรับประเทศไทยนิยมปลูกขายกันมากในแถบภาคกลาง และภาคเหนือ และมีขายตามร้านขายต้นไม้ประดับเกือบทุกจังหวัด เนื่องจากเป็นต้นสนที่มีลักษณะสวยงามไม่เหมือนสนทั่วไป แตกกิ่งเป็นชั้น ใบมีสีเขียวสวยงาม ลำต้น และทรงพุ่มไม่ใหญ่ เหมาะแก่การปลูกในพื้นที่จำกัด รวมถึงสามารถปลูกได้ดีในกระถางสำหรับประดับอาคารหรือพื้นที่จำกัด นอกจากนั้น สนฉัตรยังเป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี และสามารถทนต่อทุกสภาพดิน โดยปัจจุบันมีราคาต่อต้นค่อนข้างสูงตามอายุ และความสูงของต้น
สนฉัตรในประเทศไทยนิยมรวมถึงประเทศต่างๆ
ถูกนำมาใช้มากในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งใช้ต้นไม้ประจำวันคริสต์มาสในทุกประเทศ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น