ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia siamea (Lamk.) Irwin et Barneby
ชื่อสามัญ :
Cassod tree, Siamese senna, Thai copperpod, Siamese cassia
วงศ์ : Fabaceae (Leguminosae)
ชื่ออื่น : ขี้เหล็กแก่น, ขี้เหล็กบ้าน, ขี้เหล็กหลวง, ขี้เหล็กใหญ่, ผักจี้ลี้, แมะขี้เหละพะโดะ, ยะหา
วงศ์ : Fabaceae (Leguminosae)
ชื่ออื่น : ขี้เหล็กแก่น, ขี้เหล็กบ้าน, ขี้เหล็กหลวง, ขี้เหล็กใหญ่, ผักจี้ลี้, แมะขี้เหละพะโดะ, ยะหา
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น ขี้เหล็กเป็นไม้ขนาดกลาง มีลำต้นสูงประมาณ
5-15 เมตร ลำต้นมีลักษณะไม่สมมาตร
ไม่เป็นวงกลม และมักบิดงอ เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ เปลือกแตกเป็นร่องเล็กๆตามยาว
เมื่อจับจะรู้สึกสากมือ ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมาก เป็นทรงพุ่มใหญ่
ดอกขี้เหล็กแทงออกเป็นช่อขนาดใหญ่
โดยจะแทงออกเฉพาะบริเวณปลายกิ่งเท่านั้น ช่อดอกยาวประมาณ 20-40
เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก มากกว่า 10 ดอก ดอกประกอบด้วยกลีบรองดอก 3-4 กลีบ
กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม จำนวน 5 กลีบ ที่มีขนาดเท่ากัน
ถัดมาภายในเป็นเกสรตัวผู้ 10 อัน ถัดมาเป็นเกสรตัวเมีย
และรังไข่ ดอกจะเริ่มบานจากโคนช่อ เรื่อยๆจนถึงปลายช่อ ดอกบานเต็มที่มีขนาดประมาณ 2.5-4
เซนติเมตร เมื่อดอกบานแล้ว 2-3 วัน
จะร่วงล่นลงดิน
ดอกจะบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเริ่มติดฝักในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
ผลขี้เหล็กเรียกว่า ฝัก มีลักษณะแบนยาว
ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาลอมดำ ขนาดฝักกว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 15-25 เซนติเมตร
ภายในฝักมีเมล็ดเรียงตามความยาวของฝัก จำนวน 20-30 เมล็ด
เมล็ดมีรูปร่างรีแบน สีน้ำตาลอมดำ
ใบขี้เหล็กเป็นใบประกอบแบบขนนกชนิดใบคู่
(ใบสุดท้ายเป็นคู่) ใบแตกออกบริเวณกิ่ง เรียงสลับกัน ประกอบด้วยใบหลักยาวประมาณ 15-25
เซนติเมตร แต่ละใบหลักประกอบด้วยใบย่อย เรียงเป็นคู่ๆ 7-16 คู่ ใบย่อยมีรูปร่างรี โคนใบ และปลายใบมน
แต่หลักเว้าตรงกลางของปลายใบเล็กน้อย ใบยาวประมาณ 3.5-4 เซนติเมตร
กว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร แผ่นใบ และขอบใบเรียบ
เส้นใบมองไม่ค่อยชัดเจน ใบอ่อนหรือยอดอ่อนมีสีแดงเรื่อ ใบแก่มีสีเขียวสด ไม่มีขน
โดยใบอ่อนจะเริ่มแตกออกให้เห็นตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ซึ่งในระยะนี้จะเริ่มเก็บยอดอ่อนมาทำอาหารได้ และใบจะเริ่มแก่ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน
ซึ่งช่วงนี้จะไม่นำมาทำอาหาร แต่ต่อไปจะนำดอกอ่อนที่ออกในช่วง
กรกฏาคมมาทำอาหารแทน
กรกฏาคมมาทำอาหารแทน
ประโยชน์ของขี้เหล็ก
1. ใบอ่อน ยอดอ่อน
และดอกตูม นิยมนำมาทำเป็นอาหาร โดยเฉพาะแกงขี้เหล็กที่นิยมรับประทานกันมากในทุกภาค
โดยนำมาต้มน้ำเดือดประมาณ 2 ครั้ง แต่ละครั้งนาน 15-30 นาที และการต้มน้ำนานๆจะช่วยลดปริมาณสารบาราคอล และสารคาสเซียมิน
(ให้รสขม) ได้มาก แต่เนื้อจะเปื่อย รับประทานไม่อร่อย
2. ใช้ใบแก่นำมาต้มน้ำสำหรับย้อมสีผ้า ช่วยในการติดสีเขียวขี้ม้า
3. สารคาราบอลที่สกัดได้จากใบ และดอก ใช้เป็นส่วนผสมของยาสลบ ยาลดความเครียด และยานอนหลับ
4. น้ำต้มจากใบ และยอดอ่อนขี้เหล็กใช้ฉีดพ่นไล่แมลงปีกแข็ง เช่น ด้วงถั่วเขียว รวมถึงแมลงศัตรูพืชต่างๆ
5. ดอกขี้เหล็กออกเป็นช่อมีสีเหลืองสวยงาม ในบางบ้านหรือตามสวนธารณะ ริมถนน สถานที่ราชการจึงนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับร่วมกับประโยชน์อื่น
6. ต้นขี้เหล็กมีลำต้นสูงปานกลาง ลำต้นแตกเป็นทรงพุ่มกว้าง มีกิ่งมาก และใบดกเขียว ทำให้นิยมปลูกเพื่อทำเป็นร่มเงาร่วมกับประโยชน์ในด้านอื่น
7. ต้นขี้เหล็กที่มีอายุหลายปีจะมีแก่นด้านในเป็นลายสำน้ำตาลอมดำ ขอบด้านนอกของแก่นมีสีเหลือง และเนื้อไม้มีความแข็งแรง นิยมนำมาแปรรูปเป็นแผ่นไม้ปูพื้น ไม้ชายคา วงกบ รวมถึงแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเรือนต่างๆ
8. ลำต้น และกิ่งนำมาเป็นไม้ใช้สอย อาทิ ทำเป็นเสารั้ว ใช้ค้ำยันต้นผัก ใช้ทำฝืนหุงหาอาหาร ใช้เผาถ่าน เป็นต้น ไม้ขี้เหล็กให้ค่าความร้อนประมาณ 6,700-7,000 แคลอรี่/กรัม
2. ใช้ใบแก่นำมาต้มน้ำสำหรับย้อมสีผ้า ช่วยในการติดสีเขียวขี้ม้า
3. สารคาราบอลที่สกัดได้จากใบ และดอก ใช้เป็นส่วนผสมของยาสลบ ยาลดความเครียด และยานอนหลับ
4. น้ำต้มจากใบ และยอดอ่อนขี้เหล็กใช้ฉีดพ่นไล่แมลงปีกแข็ง เช่น ด้วงถั่วเขียว รวมถึงแมลงศัตรูพืชต่างๆ
5. ดอกขี้เหล็กออกเป็นช่อมีสีเหลืองสวยงาม ในบางบ้านหรือตามสวนธารณะ ริมถนน สถานที่ราชการจึงนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับร่วมกับประโยชน์อื่น
6. ต้นขี้เหล็กมีลำต้นสูงปานกลาง ลำต้นแตกเป็นทรงพุ่มกว้าง มีกิ่งมาก และใบดกเขียว ทำให้นิยมปลูกเพื่อทำเป็นร่มเงาร่วมกับประโยชน์ในด้านอื่น
7. ต้นขี้เหล็กที่มีอายุหลายปีจะมีแก่นด้านในเป็นลายสำน้ำตาลอมดำ ขอบด้านนอกของแก่นมีสีเหลือง และเนื้อไม้มีความแข็งแรง นิยมนำมาแปรรูปเป็นแผ่นไม้ปูพื้น ไม้ชายคา วงกบ รวมถึงแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเรือนต่างๆ
8. ลำต้น และกิ่งนำมาเป็นไม้ใช้สอย อาทิ ทำเป็นเสารั้ว ใช้ค้ำยันต้นผัก ใช้ทำฝืนหุงหาอาหาร ใช้เผาถ่าน เป็นต้น ไม้ขี้เหล็กให้ค่าความร้อนประมาณ 6,700-7,000 แคลอรี่/กรัม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น