ชื่อวิทยาศาสตร์ : Delonix regia
(Bojer ex Hook.)
ชื่อสามัญ :
Flamebuoyant Tree, Flam of the forest, Peacock flower
วงศ์ :
LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่น : นกยูงฝรั่ง อินทรี
(ภาคกลางทั่วไป), ส้มพอหลวง (ภาคเหนือ), หงอนยูง (ภาคใต้)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อต้นโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 12-18 เมตร มีเรือนยอดแบแผ่กว้างเป็นทรงกลมคล้ายร่ม
และแผ่กิ่งก้านออกคล้ายกับต้นจามจุรี แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ลำต้นหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะลำต้นจะเกลี้ยง เปลือกมีสีน้ำตาลอ่อนอมขาวถึงสีน้ำตาลเข้ม
โคนต้นเป็นพูพอน และเมื่อต้นโตเต็มที่มักจะมีรากโผล่ขึ้นมาบนดินโดยรอบ
ใบ ลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงเวียนสลับกัน และมีใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน โดยขนาดของใบย่อยจะมีขนาดใกล้เคียงกับใบย่อยของมะขาม แผ่นใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลมโคนเบี้ยว ผิวใบเกลี้ยง ต้นหางนกยูงฝรั่งเป็นพืชผลัดใบ ซึ่งมักจะผลัดใบในช่วงเดือนมีนาคมถึงช่วงเดือนมิถุนายน
ใบ ลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงเวียนสลับกัน และมีใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน โดยขนาดของใบย่อยจะมีขนาดใกล้เคียงกับใบย่อยของมะขาม แผ่นใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลมโคนเบี้ยว ผิวใบเกลี้ยง ต้นหางนกยูงฝรั่งเป็นพืชผลัดใบ ซึ่งมักจะผลัดใบในช่วงเดือนมีนาคมถึงช่วงเดือนมิถุนายน
ดอก ลักษณะเป็นช่อดอก
ออกดอกตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ยาวงอนออกมาเหนือกลีบดอก
กลีบดอกประกอบด้วย 2 สี คือสีแดงและสีเหลือง
แต่เวลามองอาจจะเห็นเป็นสีแสด ซึ่งดอกใดที่มีสีเหลืองมากกว่า
ดอกก็เป็นสีแสดออกเหลือง ๆ แต่ถ้าดอกใดมีสีแดงมากกว่าก็จะออกเป็นสีแสดออกแดง
(แต่ก็มีหางนกยูงบางต้นที่สามารถออกดอกเป็นสีแดงแท้ ๆ และดอกหางนกยูงฝรั่งสีเหลืองแท้ได้เหมือนกัน
แต่ก็หาดูได้ยากนัก) ปกติแล้วโดยทั่วไปจะพบแต่หางนกยูงดอกสีแสด
และดอกหางนกยูงฝรั่งจะออกดอกและทิ้งใบอยู่ใต้ต้นเหลือแต่บอกที่บานสะพรั่ง
ทำให้ดูงดงามมากเป็นพิเศษ โดยในประเทศไทยฤดูที่ออกดอกของต้นหางนกยูงฝรั่ง
ก็คือในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
ผล ลักษณะของผลเป็นฝักแบนแข็ง โค้งเป็นรูปดาบ ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ลักษณะของฝักเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกออก และในฝักมีเมล็ดเรียงอยู่ตามขวางประมาณ 20-40 เมล็ด เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ส่วนเมล็ดแก่เต็มที่จะเป็นสีเทาอมขาว ลักษณะค่อนข้างเป็นทรงกลม (หรือทรงกระบอกหัวท้ายมน)
ผล ลักษณะของผลเป็นฝักแบนแข็ง โค้งเป็นรูปดาบ ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ลักษณะของฝักเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกออก และในฝักมีเมล็ดเรียงอยู่ตามขวางประมาณ 20-40 เมล็ด เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ส่วนเมล็ดแก่เต็มที่จะเป็นสีเทาอมขาว ลักษณะค่อนข้างเป็นทรงกลม (หรือทรงกระบอกหัวท้ายมน)
ประโยชน์ของหางนกยูงฝรั่ง
1.
เมล็ดอ่อนสามารถนำมารับประทานสดได้
แต่ถ้าเป็นเมล็ดแก่ต้องนำมาทำให้สุกก่อนจึงจะสามารถรับประทานได้
(เนื่องจากเมล็ดแก่มีสารประกอบบางชนิดที่เป็นพิษ และจะถูกทำลายได้โดยความร้อน)
2.
เมล็ดสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้
เช่น การนำมาทำเป็นขนมหวานด้วยวิธีต้มกับน้ำตาลราดกะทิ เป็นต้น
3.
ต้นเป็นต้นไม้ที่เป็นทรงพุ่มสวยงดงามมาก
สีของดอกดูสวยสดใส เป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ง่ายและทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง
มักนิยมปลูกไว้ประดับตามสถานที่ราชการต่าง ๆ
รวมไปถึงสวนสาธารณะและตามขอบถนนหนทางต่าง ๆ
4.
รากนำมาต้มหรือนำมาทอดรับประทานร่วมกับอาหารได้
5.
สรรพคุณของต้น
สรรพคุณของลำต้นนำมาฝนใช้ทาแก้พิษ ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ (ลำต้น)
6.
ลักษณะของผลเป็นฝักแบนแข็ง
โค้งเป็นรูปดาบ ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร
และกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ลักษณะของฝักเป็นข้อ ๆ
แต่ละข้อจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกออก และในฝักมีเมล็ดเรียงอยู่ตามขวางประมาณ
20-40 เมล็ด เมล็ดอ่อนมีสีเขียว
ส่วนเมล็ดแก่เต็มที่จะเป็นสีเทาอมขาว ลักษณะค่อนข้างเป็นทรงกลม
(หรือทรงกระบอกหัวท้ายมน)
7.
ดอกหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะเป็นช่อดอก
ออกดอกตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ยาวงอนออกมาเหนือกลีบดอก กลีบดอกประกอบด้วย 2 สี คือสีแดงและสีเหลือง แต่เวลามองอาจจะเห็นเป็นสีแสด
ซึ่งดอกใดที่มีสีเหลืองมากกว่า ดอกก็เป็นสีแสดออกเหลือง ๆ
แต่ถ้าดอกใดมีสีแดงมากกว่าก็จะออกเป็นสีแสดออกแดง
(แต่ก็มีหางนกยูงบางต้นที่สามารถออกดอกเป็นสีแดงแท้ ๆ และดอกสีเหลืองแท้ได้เหมือนกัน
แต่ก็หาดูได้ยากนัก) ปกติแล้วโดยทั่วไปจะพบแต่หางนกยูงดอกสีแสด
และดอกหางนกยูงฝรั่งจะออกดอกและทิ้งใบอยู่ใต้ต้นเหลือแต่บอกที่บานสะพรั่ง
ทำให้ดูงดงามมากเป็นพิเศษ โดยในประเทศไทยฤดูที่ออกดอกของต้น
ก็คือในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
8.
เป็นไม้ดอกไม้ประดับ
สองข้างทาง ให้ความร่มเงา รากนำมาต้มหรือทอดรับประทานกับอาหาร
เป็นยาขับโลหิตในสตรี แก้อาการบวมต่างๆ ลำต้นนำมาฝนทาแก้พิษ ถอนพิษสัตว์ต่อยกัดได้
เมล็ดอ่อนของหางนกยูงฝรั่งนำมากินสดๆ ได้
สำหรับเมล็ดแก่ต้องนำมาทำให้สุกเสียก่อนจึงจะใช้กินได้
เพราะมีสารประกอบบางชนิดที่เป็นพิษ แต่จะถูกทำลายด้วยความร้อน
9.
ผลแห้งแตกสองตะเข็บ
เป็นฝักทรงแบน กว้าง 3.5-5 ซม. ยาว 30-60
ซม. เปลือกแข็ง สีเขียว เมื่อสุกสีน้ำตาลอมดำ
เมล็ดเรียงตามขวางของฝัก เมล็ดมีเปลือกแข็งรูปรี สีดำ 30-50 เมล็ดต่อฝัก
ติดผลเดือน ก.ค.-ต.ค. ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
10.
ดอก สีแดงอมส้มหรือเหลือง
ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงหลั่นขนาดใหญ่ ที่ด้านข้างกิ่งและปลายกิ่ง ดอกรูปดอกหางนกยูง
กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขอบขนาน
ผิวด้านนอกสีเขียวสด ผิวด้านในสีแดงอมส้มหรือเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้ 10 อัน
เส้นผ่านศูนย์กลาง ดอก 5-7 ซม. ออกดอกเดือน มี.ค.-มิ.ย.
11.
ใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นปลายคู่
เรียงเวียนสลับ แกนกลางใบ ประกอบยาว 20-40
ซม. แยกแขนงตรงข้าม 12-20 คู่ ยาว 8-15
ซม. ใบย่อย 20-30 คู่ เรียงตรงข้าม
รูปไข่แกมรูปขอบขนานกว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว 0.5-1 ซม. ปลายใบมนโคนใบเบี้ยว แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวเรียบเกลี้ยง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น