ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millettia
brandisiana Kurz
ชื่อสามัญ :
White Cheesewood
วงศ์ :
Leguminosae-Papilionoideae
ชื่ออื่น : จั่น, พี้จั่น, ปี้จั่น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น ไม้ต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 8 – 20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม โคนต้นเป็นพูพอน
เปลือกสีน้ำตาล หรือน้ำตาลเทาแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ตามกิ่งมีรอยแผลทั่วไป
ใบ
ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ แกนกลางใบประกอบยาว 14-18 ซม. มีใบประกอบย่อย 11-17 ใบ
เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2-3.5 ซม.
ยาว 4.5-8 ซม. ปลายใบมนทู่ และหยักเว้าเล็กน้อย
โคนใบมนกลมหรือสอบเป็นรูปลิ่มกว้างๆ ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว
สีเขียวเข้มอมเทา ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวล มีขนละเอียดที่เส้นแขนงใบ
ดอก ช่อแยกแขนง ออกตามกิ่งและง่ามใบ ดอกย่อยสีม่วงแกมขาว
หรือสีชมพูอมม่วง รูปถั่ว กลีบเลี้ยงสีม่วงดำเชื่อมติดกันคล้ายรูประฆัง
ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ยาว 0.4 – 0.5 เซนติเมตร
มีขนอ่อนปกคลุม ดอกตูมสีน้ำตาลเข้มหรือม่วงดำ มีกลีบดอก 5 กลีบ
4 กลีบมีรูปร่างยาวรีรูปขอบขนาน กว้าง 0.3 – 0.5 เซนติเมตร ยาว 1.0 – 1.5 เซนติเมตร และอีก 1 กลีบมีรูปร่างกลมบิดม้วน กว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 1.8
– 2.0 เซนติเมตร มีเกสรเพศผู้ 10 อัน
ผล ผลแห้งแก่แล้วแตกสองแนว ฝักแบน โคนแคบกว่าปลาย กว้าง 2 – 2.5 เซนติเมตร ยาว 9 – 12 เซนติเมตร
เปลือกเกลี้ยงหนาคล้ายแผ่นหนัง ขอบเป็นสัน เมล็ดสีน้ำตาลดำ 1 – 4 เมล็ด
ประโยชน์ของกระพี้จั่น
เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้าง ทำด้ามเครื่องมือ
แกะสลัก ทำดินสอ และเยื่อกระดาษ ใบอ่อนรับประทานได้ นิยมปลูก
เป็นไม้ดอกสวยงามประเภทไม้ยืนต้นตามบ้าน ตามสำนักงาน สวนสาธารณะ รีสอร์ตทั่วไป
เวลามีต้นสูงใหญ่จะให้ร่มเงาสร้างระบบนิเวศได้ดีและมีดอกสวยงามมาก ประโยชน์ทั่วไป
ในยุคสมัยก่อน เนื้อไม้ใช้ทำฟืน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น